แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Business Intelligence แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Business Intelligence แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

องค์ประกอบของ Cube

Data modeling ของ Cube นั้น ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ Fact Table กับ Dimension Table, Fact table

โดย Fact table คือ ตารางตั้งต้นของ dimensional modelหรือ Cube โดยจะบรรจุค่าที่ใช้วัดหรือตัววัดค่าเช่น ประสิทธิภาพของธุรกิจจากการทำธุรกิจ โดยจะเก็บข้อมูลไว้ 2 ประเภทได้แก่
1. ค่าตัวเลข ไว้เพื่อแสดงผลของค่า Dimension ต่างๆ ที่ดึงมา
2. ค่า Keys เพื่อใช้โยงไปหา Dimension Table ต่างๆ ตามที่มี Key ไว้ใน Fact table บ้างก็เรียก Key เหล่านี้ว่า Foreign key หรือ Surrogate key โดยใช้ key ดังกล่าวทำหน้าที่ ใน เชื่อมโยงไปหา Dimension Table ที่ได้ใช้ในการอธิบาย

The relational database table that contains values for one or more measures at the lowest level of detail for one or more dimensions (16, SQL.Server.2005.Analysis.Services.Step.By.Step)

Dimension Table

Dimension คือ ตารางที่ใช้อธิบายความหมายของค่าต่างๆ ของ Fact table โดยเชื่อมผ่าน Key จาก Fact Table นั้นเอง
A list of labels that can be used to cross-tabulate values from other dimensions (16, SQL.Server.2005.Analysis.Services.Step.By.Step)

Cube คือ

Cube หรือ OLAP Cube คือโครงสร้างข้อมูล (Data structure) รูปแบบหนึ่งเพื่อให้วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น ซึ่งใช้กับ OLAP โดยส่วนใหญ่

ในการทำ OLAP นั้น ได้ใช้ Cube เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นหลายมิติ หรือ dimensions นั้นเอง โดยส่วนใหญ่ Cube จะถูกสร้างในส่วนของ Data warehouse นั้นเอง เช่น SSAS ของ SQL Server หรือใน Business Information Warehouse ของ SAP นั้นเอง และถ้าระบบ Business intelligence นั้น จะนำ Cube ที่สร้างไปเป็นข้อมูลในการสร้างรายงานต่างๆ

โดยสามารถนำ Cube มาทำเป็น Array 2 มิติ เพื่อนำเสนอข้อมูลในมิติต่างๆได้

ในคำนิยามของ ที่ได้มีคนให้ไว้กับ Cube เช่น

Cube นั้นใช้อธิบายความสัมพันธ์ต่างๆ ผ่าน Fact table กับ Dimension Table
cube to describe what in the relational world would be the integration of the fact table with dimension tables. (18, SQL.Server.2005.Analysis.Services.Step.By.Step)

Cube เป็น กลุ่มของ กลุ่มตัววัดที่ตั้งแต่หนึ่งขึ้นไปโดยมีความสัมพันธ์กับ มิติ
A collection of one or more related measure groups and their associated dimensions (29, SQL.Server.2005.Analysis.Services.Step.By.Step)

ซึ่งเราสามารถลองเล่น Cube ได้จาก Tool ต่างๆนะครับ เช่น BW, SSAS, Essbase เป็นต้น

ความหมายของ OLAP

ในการเริ่มทำงาน OLAP เป็นคำที่พบต้องพบเจอบ่อยมากในการทำงาน ซึ่งหนังสือที่เกี่ยวกข้องกับ BI DSS Data warehouse จะบรรยายถึงคำว่า OLAP ซึ่งมันมาคู่กับ OLTP ซึ่งในบทความนี้เรามาสนใจเฉพาะ OLAP ก่อนแล้วกัน

ก่อนอื่นชื่อเต็ม ของ OLAP คือ online analytical processing เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่นำมาใช้ในระบบ Data warehouse หรือ Business Intelligence โดยความหมายที่อื่นๆได้กล่าวไว้ดังนี้

ในวิกีพีเดียไทย Online Analytical Processing (OLAP) คือการใช้คำค้น (query) เพื่อค้นหาข้อมูลในคลังข้อมูลเหมือนในฐานข้อมูล เหตุผลที่เราไม่ค้นในฐานข้อมูล แต่มาทำในคลังข้อมูลแทนมีสองสาเหตุคือ
ความเร็ว
ความครอบคลุมของข้อมูลทั้งบริษัทที่มีอยู่ในคลังข้อมูล
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5

เดียวคิดว่าจะหาข้อมูลมาเพิ่มอีกนะครับ

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

The Architected Environment

The Architected Environment เป็นแนวคิดเรื่องสถาปัตยกรรมของระดับข้อมูล ของ Bill Inmon ได้นำเสนอไว้ ซึงเป็นพื้นฐานของ Corporate Information Factory (CIF) และระดับของข้อมูลทั่วไปที่นำไปใช้ใน App ต่างๆ

ได้แบ่งข้อมมูลเป็น 4 ระดับ ได้แก่

the operational level.
โดยระดับนี้เป็นข้อมูลแบบเก็บบันทึก เปลี่ยนแปลง และแสดงจากระบบได้ เช่นพวกระบบ Transaction ทั้งหลาย ซึ่งอาจมีมาจากหลายๆ ระบบ ที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้บางครั้งการนำไปใช้อาจผิดพลาดได้ ซึ่งจะอยู่ในระดับของ OLTP หรือ Application ทั่วไป

the atomic ( the data warehouse) level. เป็นระดับที่ใช้เก็บประวัติข้อมูลทั้งหมด จาก operational level ซึ่งเราจะทราบหมดว่ามีการเปลี่ยนแปลงไรข้อมูลบ้าง ใช้ในส่วนของ Datawarehouse

the departmental (or the data mart) level. หรือใช้คำว่า data mart level, the OLAP level, the multidimensional DBMS level ซึ่งน่าจะคุ้นกับ 3 คำหลังมากกว่า ซึ่งเป็ระดับที่ข้อมูลที่ใช้จำเพราะอย่างไว้ เช่น ข้อมูลทางบัญชี การขาย โดยใช้แหล่งข้อมูลมาจาก the data warehouse
.
the individual level.ข้อมูลในระดับนี้ใช้เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ หรือจะเป็นข้อมูลสำหรับค้นหาความรู้ต่างๆ ใช้สำหรับพวก Executive information systems (EIS) หรืออาจจะ BI ด้วยกันได้

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

Dashboard คือ



เครื่องมือ หรือ Tool อีกตัวหนึ่ง ใน Business intelligence ก็คือ Dashboard หรือเรียกง่ายๆ คือ แผงหน้าปัด นั้นเอง

โดยเจ้า Dashboard นี้ โดยนี้ ใช้เป็นการแสดงข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญให้ผู้บริหารหรือผู้ปฎิบัติงานได้เห็นข้อมูลอย่างชัดเจนแต่ไม่ใช่รายละเอียดที่ลึกเกินไป ทำให้ทราบถึงสถานภาพในเวลานั้นว่าผลงานหรือค่าตัววัดสำคัญๆ อยู่ในระดับอย่างไร

โดยส่วนใหญ่จะนำมาประยุกต์ใช้กับพวก เครื่องมือวัดผลทางธุรกิจ หรือ วัดผลทางองค์กร Preferment management ต่างๆ เช่น Balanced Scorecard, Enterprise Performance Management (EPM Business or Corporate Performance Management (BPM), Business Activity Monitoring (BAM), Six Sigma รวมไปถึงการนำมาแสดงค่า KPI ในส่วนงานต่างๆ ด้วย

โดยผู้พัฒนาเครื่องมือ Dashboard ในตลาดนั้นได้แก่ Business Objects, Cognos, Hyperion, and MicroStrategy. iViz Group, iDashboards, Noetix, QPR Software, and Theoris เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Datawarehouse กับ BusinessIntelligence

มาวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ Datawarehouse กับ BusinessIntelligence อย่างเป็นหลักการคร่าวๆ นะครับ


ก่อนหน้าบทความนี้ผมได้ศึกษาเรื่อง BusinessIntelligence จะไม่ได้บอกถึงเรื่องการทำงานทางเทคโนโลยีเท่าไรนัก โดยผมมุ่งเป้าไปที่ตัว Application ของ BI มากกกว่า แต่มาทำงานจริง จะเป็นเรื่อง ETL จาก Datawarehouse เอาประมาณ 40 % ก่อนเลย ดังนั้นเรามาดูกันว่าทำไมผมต้องเรือง Datawarehouse กับ BusinessIntelligence

จากที่เรารู้กันว่าการใช้ระบบ Business Intelligence นั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำตัดสินใจธุรกิจหรืองานชนิดอื่นๆ โดยต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาสหรือหลากหลายแหล่งเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ

แต่ข้อมูลจำนวนมหาศาสหรือหลากหลายแหล่งนั้น เป็นสิ่งที่ในทางปฎิบัตินั้นเป็นไปได้ยากมาก การทำจะนำข้อมูลทุกระบบมาใช้ไม่ว่าจากภายในตัวองค์กรและยิ่งนำข้อมูลจากนอกระบบมาใช้อีก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เพราะมันจะมีปัญหาเรื่องการนำข้อมูลที่แตกต่างกันมาใช้ เช่น

ข้อมูลลูกค้าจากระบบอาจมา Datatype ที่แตกต่างกัน

ระบบ A ชือ นามสกุล mm/dd/yy
ระบบ B ชือ นามสกุล ชื่อเล่น dd/mm/yyyy
ระบบ C ชือ ชื่อกลาง นามสกุล yyyy/mm/dd


เป็นต้นนะครับ ถึงเวลาจริงๆ มันไม่ได้แค่ข้อมูลแบบนี้เท่านั้น ข้อมูลสารพัด ถ้าระบบมันเป้นมาตรฐานเดียวก็ดี แต่ความเป็นจริงยังไม่ค่อยมีหรอกครับ


มันถึงต้องมีการทำ Cleaning Data ข้อมูลจากระบบทุกระบบก่อน เพื่อทำให้ข้อมูลเป็นรูปแบบเดียวกันก่อน แล้วจึงทำนำข้อมูลที่เป็นที่มีรูปแบบเดียวกันแล้วมาใช้ทำการวิเคราะห์ตามแบบของ BusinessIntelligence ได้
และนี้คือหลักการและความสัมพันธ์เบื้องต้นของ Datawarehouse กับ BusinessIntelligence ซึ่งต่อไปผมคงได้บอกถึงรายละเอียดเยอะขึ้นอีก

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประโยชน์ของ Business Intelligence

คราวเรามาดูประโยชน์ของการทำ Business intelligence กันบ้างนะครับ โดยได้มีคนเสนอประโยชน์ไว้หลายมิติเหมือนกัน จากแหล่งข้อมูลหลายๆที่


Larissa TและAtre ได้กล่าวถึงเรื่องประโยชน์ของ Business Intelligence ไว้ในหนังสือ
"Business Intelligence Roadmap: The Complete Project Lifecycle for Decision-Support Applications" ว่ามี 5 ข้อต่อการดำเนินธุรกิจคือ


Revenue increase เพิ่มรายได้จาก

  1. ตลาดใหม่หรือความแตกต่างในตลาดเดิม,

  2. เพิ่มประสิทธิผลจากขาย

  3. เห็นโอกาสใหม่ได้เร็วขึ้น

  4. เข้าตลาดในเวลาที่เหมาะสม

Profit increase กำไรเพิ่มจาก


  1. การทำโปรโมชั่นหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ดีขึ้น

  2. เตือนการถดถอยของตลาดได้เร็วขึ้น

  3. ระบุการทำงานที่ต่ำกว่าประสิทธิได้

  4. บอกถึงการทำงานภายในที่ไม่มีประสิทธิภาพ

  5. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร

Customer satisfaction improvement ปรับปรุงความพึงพอใจของลูกค้า


  1. สามารถเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น

  2. จับคู่ลูกค้าให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ได้

  3. ทำ ซื้อต่อยอด(Up-selling) ได้

  4. เพิ่มการขายซ้ำให้ธุรกิจ

  5. สามารถปรับปรุงให้พึ่งพอใจของลูกค้าได้เร็วขึ้น

Savings increase ประหยัดได้มากขึ้น

  1. ลดการผลิตที่สิ้นเปลือง

  2. ลดการทำรายงาน


Market share gain ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น




ประโยชน์ของที่ช่วยทำธุรกิจคือ อันนี้จากเว็บ search data management ได้พูดถึงข้อดีของ Business intelligecnc ไว้ดังนี้

Collaboration between IT and business is essential. ทำการรวมระหว่างธุรกิจกับ IT

Don't get hung up on hard metrics. ทำการวัดทำได้ง่าย พวก BSC

ROI calculations are difficult -- and not always necessary. หา ROI ได้ชัดเจน

The "soft" benefits of BI are the most important. ได้ประโยชน์ทางอ้อมต่อธุรกิจซึ่งสำคัญมาก

Executive sponsorship really helps. เป็นผู้ช่วยการบริหาร

http://searchdatamanagement.techtarget.com/news/article/0,289142,sid91_gci1245954,00.html

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทดลองเล่น BusinessObjects ( Free Trial BusinessObjects )

BO หรือ BusinessObjects เป็น ระบบซอฟแวร์ที่เป็น BI หรือ BusinessIntelligence ตัวต้นๆ ของตลาด ตัวหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้โดน SAP บริษัท ERP เทคโอเวอร์ หรือกลายเป้นเจ้าของไปแล้ว โดยได้มีการปล่อยตัวทดลอง Free Trial BusinessObjects มาให้ได้ลองใช้กัน


http://www.sap.com/solutions/sapbusinessobjects/index.epx
โดยเข้าไปตาม link ได้เลย และเลือก Free Trial จากนั้นก็กรอกรายละเอียดต่างๆ และ โหลดมาทดลองดูได้นะครับ



ตอนลงทะเบียนก็กรอก Email ให้เรียบร้อย เพราะเลข Key จะส่งมาทางอีเมล์นะครับ

ส่วนวิธีการลงผมได้เขียนไว้ที่นี้นะครับ

http://gkengapplication.blogspot.com/2009/12/sap-businessobjects-edge-solutions.html

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

BI: Business Intelligence

Business Intelligence หรือ BI ในการเรียกติดปากหลายๆคน นั้นเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อทำการช่วยตัดสินใจในการทำธุรกิจ โดยมีคนให้ความเห็นเกี่ยวกับ BI Business Intelligence ไว้ดังนี้

"Business intelligence is a way of exploring data to improve business performance, whether to drive profitability or to manage costs.........the users discover new opportunities to leverage
information, and technology changes."(Howson,2006,3)

ซึ่ง Howson ได้บอกว่าเป็น Business Intelligence เป็นตัวใช้สำรวจข้อมูลเพื่อนำมาทำให้ประสิทธิภาพของการทำธุรกิจดีขึ้น โดยทำให้ต้นทุนการบริหารลดเพื่อนให้ได้กำไรเพิ่ม โดยการใช้ Business intelligence นั้นเพื่อค้นหาโอกาสที่ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์

"Business intelligence may be defined as a set of mathematical models and analysis methodologies that exploit the available data to generate information and knowledge useful for complex decision-making processes." (Vercellis,2009,3)

โดย Vercellis ได้บอกความหมายของ Business intelligence ได้เห็นถึงการทำงานระบบ Business intelligence โดยกล่าวว่า เป็นกลุ่มของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และวิธีการวิเคราะห์ซึ่งค้นหาความเป็นไปได้ของข้อมูลเพื่อที่จะนำมาเป้น สารนิเทศและความรู้ที่ใช้ในการตัดสินใจที่ยากได้



จากความเห็นเกี่ยวกันความหมายของ Business intelligence ที่ผมยกมาเห็นได้ว่าโดยส่วนใหญ่ ใช้ BI เพื่อการตัดสินใจเพื่อเพิ่มประสิทธภาพการทำธุรกิจ และหาโอกาสใหม่ๆ โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ช่วย

โดยวัถตุประสงค์ของการใช้ BI มีดังนี้ (Dr. Saadia Asif)

Converting Data Into Information เปลี่ยนข้อมูลดิบมาเป้นข้อมูลที่สามารถใช้งานได้
Making Better Decisions Faster ทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้น
Rational Approach to Management ทำให้มีเหตุผลในการบริหาร


โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเทคโนโลยีประเภท OLAP, analytics, data mining, business performance management, benchmarking, text mining, และ predictive analytics (http://en.wikipedia.org/wiki/Business_intelligence) ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีก็จัดเป็นหัวข้อทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจด้วยกันทั้งนั้น และยังมีส่วนอื่นๆ อีก ไว้โอกาสต่อไปเมื่อผมหาความรู้มาแล้วจะมาเขียนให้อ่านต่อนะครับ

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

สิ่งที่ระบบสารสนเทศให้ประโยชน์กับธุรกิจ IS for Business

การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กรธุรกิจนั้น เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องปกติในยุคปัจจุบัน แต่สิ่งที่เราควรนึกการนำระบบสารสนเทศมาใช้นั้นเพื่อตอบสนองการทำงานใดๆ ในธุรกิจ ซึ่งมีคนให้แนวคิดการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อธุรกิจดังนี้

Laudon&Laudon( 8, 2007 ) ได้บอกไว้ว่าวัตถุประสงค์ระบบสารสนเทศทำให้กับธุรกิจคือ

1. Operational Excellence การทำให้การทำงานประจำต่างๆสามารถทำได้ ระบบสารสนเทศนั้นเป็นเครื่องมือช่วยเหลือชนิดหนึ่งซึ่
ช่วยสนับสนุนการทำงานให้เป็นไปได้อย่างเรียบร้อย ไม่ติดขัด และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้สะดวกมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งได้แก่ ระบบ ณ จุดขายต่างๆ เป็นต้น
2. New Product Service and Business Model ซึ่งรูปแบบการทำธุรกิจนั้นคือ การที่องค์กรจะ ผลิด ส่ง ขาย อย่างไร ในการสร้างรูปแบบการบริการหรือสินค้าใหม่ๆ ให้กับองค์กรนั้นสามารถทำได้โดยการนำ ระบบสารสนเทศมาใช้ เช่น การเข้ามาของ E-commer หรือ บริการด้านต่างๆผ่าน Intelnet เป็นต้น
3. Custom and Supplier Intimacy ทำให้มความใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่าง ลูกค้าหรือผู้ค้า กับองค์กรของเรามากขึ้น ซึ่งระบบพวกนี้อยู่ใน CRM SCM ที่ทำหน้าที่กระชับความสัมพันธืให้องค็กรมาต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง หรือ ลดค่าทำการคลาดให้กับองค์กร
4. Improved decision Making ช่วยการทำตัดสินใจทางธุรกิจให้ดีขึ้น ระบบเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่กับ BI DSS ที่ใช้ช่วยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ในรูปแบบต่างๆ และช่วยตัดสินใจ
5. Competitive Advantage ช่วยส่งเสริมการได้เปรียบในการแข่งขันในธุรกิจ อันนี้เป็นที่มาจาก Five force ซึ่งนิยมใช้อ้างอิงในการทำ ทฤษฎี MIS ต่างๆมาก ซึ่งจะอธิบายแยกออกมาอีกบทความที่หลัง
6. Survival เพื่อความอยุ่รอดในโลกธุรกิจในปัจจุบัน

O'Brien,Marakas (9,2006 )อันนี้มาหนังสืออีกเล่มซึ่งอธิบายไว้กระชับกว่าเล่มแรกคือ
1.Support Business Process รับรองการทำธุรกรรมทางธุรกิจต่างๆ ซึ่งเป้นทุกแผนกที่ใช้ระบบ IS เข้ามาช่วยเหลือ
2. Support Decision marking ช่วยทำการตัดสินใจทางธุรกิจให้ดีขึ้น
3. Support Competitive Adavantage เหมือนกันกับด้านบน เพื่อให้องค์กรเราสามารถแข่งขันได้เปรียบกับคู่แข่งมากขึ้น