วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ครูใหญ่ 3 คน ในโลกออนไลน์

มีโอกาสได้กินข้าวกับ ดร.วรา อาจารย์จากพระนครเหนือ ซึ่งได้ความรู้ใหม่ๆ และแง่คิดมากเลย ซึ่งดร.วรา ได้เล่าให้ฟังไว้เรื่องหนึ่ง คือ "อาจารย์ยืน (ยืน ภู่วรวรรณ) เคยบอกไว้ว่า ปัจจุบันตอนนี้มีครูอยู่ 3 คน" ซึ่งครู 3 คนนี้ได้แก่

1. ครูกู (Google)
2. ครูวิ ( Wikipedia )
3. ครูยูป ( Youtube)

พอฟังเสร็จ ก็ นึกได้ว่า ผมก็มีครู 3 คนนี้มาตลอด ปัจุจุบันแทบไม่มีวันไหน ไม่เคย ไม่เปิด 3 เว็บไซต์นี้เลย

Google
เป็น search engine ที่นิยมใช้งานมาที่สุดในเวลานี้ ซึ่งทำให้ทุกอย่างสามารถค้นหาได้อย่างง่ายมากขึ้นอย่างรู้อะไรก็ค้นหาได้ รวมไปถึงมีให้ทั่วแผนที่ เครื่องมือแปลภาษา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งเครื่องมือส่งเสริมธุจกิจบนเว็บไซต์อีก Adsence Adword ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกิดและโตอย่างรวดเร็วมาก

สิ่งที่ได้จาก Google คือความรู้จำนวนมหาศาสเกือบทุกเรื่องใครหน้าไหนสนใจเรื่องอะไร Google ก็หาได้หมด ซึ่งใครต่อใครนำมาไว้บนโลกอินเตอร์ ไม่เว้นแม้กระทั้ง Blog ของผม ก็ค้นหาได้จาก Google ด้วย

Wikipedia
คือ สารานุกรมออนไลท์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขียนโดยผู้คนหลากหลายมากหน้าหลายตาในโลกอินเตอร์เน็ท ซึ่งความแตกต่างในการหาข้อมูลกับ Google คือ การที่มีเนื้อหานั้นแค่หนึ่งเดียว สมมุติ ว่าคุณหา คำว่า IP Address ใน google กับ IP Address ใน wiki นั้นสิ่งที่ได้ต่างกันคือ เนื้อหาจากเว็บไซต์หน้าเดียว กับไม่รู้กี่ล้านเว็บไซต์

ซึ่งความหลากหลาย อาจแตกต่างกัน ซึ่งสังเกตุได้ว่า wiki นั้นมีส่วนอ้างอิงอยู่เยอะมาก เพื่อทำให้บทความนั้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

Youtube
เว็บวีดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่ผมได้จากที่นี้ คือ วิดีโอหลากหลาย มีตั้งแต่ผิดชอบชั่วดี คลิปการเมืองที่ดี และ ไม่ดี ผสมกันไป รวมไปถึงคลิป MV ดารารเกาหลี และอื่นๆ อีกมหาศาล ผมใช้ Youtube ประมาณ ปี 49 ซึ่งตอนนั้นยังไม่ค่อยคนไทยโพสเท่าไร และไม่คิดว่าเว็บ Youtube จะแจ้งเกิดได้ในไทย แต่เมื่อโลกเทคโนโลยีเปลียน มือถือทุกคนถ่ายวิดีโอได้หมด ก็แน่นอนว่า เว็บโพสวิดีโอก็โตตามด้วย รวมถึง มีทั้งข่าวในประเทศ รายการ รวมถึงหนังฮอลลีวู้ต ได้พูดถึงเยอะมาก ทำให้ทุกคนรู้จักเว็บ Youtube ดีขึ้น และเป็นแหล่งเว็บชุมชนใหม่ ในกับคนไทยไปโดยปริยาย

ซึ่งวีดิโอที่หลากหลายทำให้ผู้ชมต้องเลือกชมสิ่งที่ต้องการเอง ส่วนผมใช้หาความรู้แปลกใหม่ๆ ไม่น่าบ้างคนเอา วิดีโอสอน จาก MIT มาโพสไว้ ซึ่งทำให้เราได้รู้ว่า ไอ้ที่ว่าเก่ง เค้าสอนกันอย่างไร

รวมถึง งานศิลปะ ทั้งวาด ระบายสี ด้วย สีน้ำมัน เกรยอง ชาโคล เค้าทำกันอย่างไร

เรียนเปียโน อยากได้ตัวอย่างของ สเกล ทั้งหลาย ก็มีคนถ่ายมาให้ดู

เนี่ยละครับ

ครูใหญ่ 3 คน ซึ่ง มีวิธีการสอนแบบแตกต่างกันไปตาม สไตล์ใครสไตร์มัน

สุดท้ายการใช้สื่อพวกนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้ จะนำประโยชน์มาใช้ได้มากแค่ไหน อาจไปคุณอนัันต์ หรือ โทษมหันต์ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ละครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ค่ายหนังสือ IT ที่ผมชอบ

โดยปกติหนังสือที่เราที่้อ่านเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม หรือมุมมองอะไรที่แปลกใหม่ในหนังสือแต่ละเล่ม แม้เป็นหนังสือเนื้อหาเดียวกัน แต่ในการที่คนเขียนแต่ละอาจอธิบายหรือเรียบเรียงออกมาต่างกัน ก็สามารถทำให้ได้ความรู้มุมใหม่ ๆ ได้

ส่วนความรู้ในสาขา IT ต่างๆ ต้องยอมรับว่า ความรู้เหล่านี้มาต่างประเทศโดยเกือบทั้งหมด ดังนั้น หนังสือ IT ทีมีเนื้อหาดี ส่วนมากจะเป็นหนังสือต่างประเทศ อีกทั้งภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล ทำให้มีหนังสือจำนวนมากและหลากหลาย

ส่วนหนังสือภาษาไทยปัจจุบันยังเป็นการแปลหรือเรียบเรียงใหม่ เพื่่อทำให้อ่านง่ายจากภาษาอังกฤษ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังสือนั้นมีน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสืออังกฤษ ดังนั้นหนังสือที่ผมจะแนะนำ เป็นค่ายหนังสือจากต่างประเทศ ซึ่งคิดว่า หาจะหาซื้อได้จากหนังสือตามห้าง IT ส่วนใหญ่ หรือสามารถอ่านจากหนังสมุดในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้นะครับ

Apress
หนังสือสำนักพิมพ์นี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกเขียนโปรแกรม มีตั้งแต่ เริ่มต้น จนถึง ขั้นสูง โดยมีทั้ง .NET ของ Microsoft และ Open Source รวมถึงหนังสือประเภทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ IT เช่น System Administration และ Database/SQL

โดยลักษณะของสำนักพิมพ์ คือ หนังสือทุกเล่มจะมีพื้นหลังสีดำ และ ตัวอักษรสีเหลือง
http://www.apress.com/

O reilly
เจ้าของคำนิยม Web 2.0 สำนักพิมพ์นี้ เน้น แนวโปรแกรมมิ่ง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือ หน้าปกหนังสือ จะเป็นรูป สิงสาราสัตว์ ส่วนตัวผมชอบสำนักพิมพ์ แนวงานเขียนส่วนใหญ่เหมือนหนังสือเรียน
http://oreilly.com/

Wrox
หนังสือสำนักพิมพ์นี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกเขียนโปรแกรม มีตั้งแต่ เริ่มต้น จนถึง ขั้นสูง มีแต่เขียนโปรแกรมล้วนๆ
โดยลักษณะของสำนักพิมพ์ คือ ใช้สีแดง แลเะ หน้าปก ขาวดำ โดยส่วนนิยมเอาหน้าคนเขียนมาใช้ขึ้นหน้าปกด้วย
http://www.wrox.com

Friends of Ed
สำนักพิมพ์นี้ เน้นหนังสือ เพื่อนักกราฟฟิกหรือดีไซน์เนอร์ทาง IT ที่ต้องการเพิ่มฝีมือเขียนโปรแกรมด้วย Actionscript ของค่าย Adobe และการเขียนเว็บ ออกแบบเว็บ โดยเนื้อหานั้นไม่ยาก มีตัวอย่างและรูปภาพชัดเจน
http://www.friendsofed.com/

SAMs
เจ้าของหนังสือ เขียนโปรแกรมได้ภายใน ........ วัน (Teach Yourself xxxx in xx Days)
http://www.samspublishing.ca/

Springer
สำนักพิมพ์นี้มีหนังสือประเภทอื่น ๆ แต่หนังสือประเภท คอมพิวเตอร์นั้น เน้นไปพวก ทฤษฎี ใครอยากรู้แนวคิดทฤษฎีใหม่ๆ ก็ลองหาอ่านได้นะครับ
http://www.springer.com/computer?SGWID=0-146-0-0-0

for Dummies
สำนักพิมพ์นี้ มีทุกแนวจริงๆ แต่ ง่าย หลากหลาย สมชื่อ
http://www.dummies.com/

ส่วนสำนักพิมพ์อื่นๆ ที่หนังสือมีหลายแบบ มีหนังสือ IT อีกหลายแบบ
QUE
Sybex
Addison Wesley
Packt Publishing